ลงทะเบียน
ใกล้กัน ช่วยให้คุณแชร์เรื่องราวต่างๆ กับผู้คนมากมาย

5 สิ่งควรรู้ ก่อนตัดสินใจเลือกกองทุน LTF หรือ RMF

1.จุดประสงค์ของกองทุน LTF และ RMF

จุดประสงค์หลักๆของทั้ง 2 กองทุนนี้ ไม่ใช่เพื่อการลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียว แต่มันถือเป็นทางเลือกที่ช่วยให้คนสนใจหันมา ออมเงิน กันมากขึ้น โดยใช้การลดหย่อนภาษีเป็นเครื่องล่อใจนั่นเอง ซึ่งทั้ง 2 กองทุน ก็มีวัตถุประสงค์และระยะเวลาในการลงทุนที่แตกต่างกันค่ะ

  • กองทุน LTF

Long Term Equity Fund หรือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนใน “หุ้น” ไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่ากองทุน เหตุผลในการจัดตั้งกองทุน LTF ขึ้นมา ก็เพื่อช่วยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นระยะยาว ทำให้ตลาดหุ้นมีสภาพคล่อง มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยการให้สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นแรงจูงใจกับผู้ลงทุนค่ะ

  • กองทุน RMF

Retirement Mutual Fund หรือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่ส่งเสริมให้เราออมเงินระยะยาวเพื่อใช้ยามเกษ ียณ ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในกองทุนที่หลากหลายกว่า ทั้งลงทุนใ พันธบัตรรัฐบาล ตลาดเงิน ตราสารหนี้เอกชน หุ้น ทองคำ เป็นต้น

ถ้าจะเลือกอันไหนเราก็อยากให้คุณพิจารณาจาก เป้าหมายในการลงทุนของตัวเองค่ะ เพราะ ถึงแม้ LTF จะมีความเสี่ยงมากกว่า RMF แต่ก็มีระยะเวลาการลงทุนที่สั้นกว่าเป็นข้อดี ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วค่ะว่าถูกใจแบบไหนมากกว่ากัน

2. ซื้อกองทุนอย่างไร ไม่ให้เกินสิทธิ์

ทั้งกองทุน LTF และ RMF ก่อนที่จะนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้นั้น มันก็มีเงื่อนไขติดตัวที่คุณต้องรู้ก่อนค่ะ เพื่อที่จะไปคำนวณได้ว่า ต้องซื้อกองทุนเท่าไหร่และลดหย่อนได้มากน้อยแค่ไหน

  • กองทุน LTF

สำหรับ LTF ยอดเงินลงทุนที่นำไปลดหย่อนในปีภาษีนั้นๆ ได้ สูงสุดต้องไม่เกิน 15% ของรายได้พึงประเมิน และต้องไม่เกิน 500,000 บาท ลงทุนปีไหน ได้สิทธิ์ปีนั้น และไม่มีผูกพันว่าจะต้องลงทุนต่อเนื่องค่ะ

  • กองทุน RMF

สำหรับ RMF ยอดเงินลงทุนที่นำไปลดหย่อนในปีภาษีนั้นๆ ได้ สูงสุดต้องไม่เกิน 15% ของรายได้พึงประเมิน และต้องไม่เกิน 500,000 บาท แต่ต้องเอาไปรวมกับเงินที่เราสมทบเข้า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. และ ประกันชีวิตแบบบำนาญด้วย

นอกจากนี้ เมื่อเริ่มลงทุนแล้ว ต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยสามารถลงทุนปีเว้นปีได้ มีเงินลงทุนขั้นต่ำ 3% ของเงินได้ในปีนั้นๆ หรือ 5,000 บาท แล้วแต่จำนวนไหนจะต่ำกว่า ที่สำคัญคือ จะขายคืนได้เมื่อมีอายุครบ 55 ปีขึ้นไป และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ซื้อครั้งแรกเท่านั้นค่ะ

ในความเป็นจริงแล้ว เราอาจจะไม่ต้องซื้อทั้ง 2 กองทุนให้เต็มสิทธิ์ก็ได้ เพราะ เรายังมีรายการลดหย่อนภาษีอื่นๆ เช่น หักลดหย่อนผู้มีเงินได้ ลดหย่อนบุตร เบี้ยประกันภัย ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม เป็นต้น ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนภาษีของคุณแล้วค่ะว่าจะลดหย ่อนอะไรยังไงจึงจะดีที่สุด

3.ฐานภาษีของเราอยู่ที่เท่าไหร่

วิธีการดูฐานภาษีของตัวเอง ก็คือ ดูที่รายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ว่าตกอยู่ที่ฐานภาษีขั้นไหนตามที่ กรมสรรพากร ได้กำหนดไว้

ถ้าใครที่กำลังเล็งจะเอา LTF ไปลดหย่อนภาษี คุณจะต้องทราบด้วยว่า คุณจะต้องถือหน่วยลงทุน LTF เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 7 ปีปฏิทินเท่านั้น โดยไม่ต้องซื้อทุกปีก็ได้

เมื่อมองระยะยาวแล้ว สำหรับคนฐานภาษีน้อยๆ คุณอาจจะเสียเงินไปกับการลงทุนมากกว่าเงินที่คุณจะได้จากก ารลดหย่อนภาษีซะอีก

ทำให้การซื้อกองทุน LTF และ RMF เพื่อลดหย่อนภาษีจึงคุ้มค่ากับคนที่มีฐานภาษีสูงๆ ตั้งแต่ 15% ขึ้นไป มากกว่าคนที่ฐานภาษีต่ำค่ะ

4.หากผิดเงื่อนไข ต้องเจอกับอะไรบ้าง

การผิดเงื่อนไข เราจะแบ่งเป็น 3 กรณีค่ะ

1.ถ้าคุณซื้อกองทุน LTF หรือ RMF เกินสิทธิ์

ส่วนที่เกินมา ไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ค่ะ

2.หากขาย LTF ก่อนกำหนด

  • ต้องไปทำเรื่อง คืนเงินภาษี ที่ได้รับยกเว้น
  • ถ้าทำเรื่องคืนภาษียิ่งช้าต้องจ่ายเงินคืนเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน
  • กำไรที่ได้จากการขายคืนที่ยอดที่ผิดเงื่อนไข ถือเป็นรายได้ที่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีในปีนั้นด้วย
  • กองทุน LTF ของบาง บลจ. ถ้าขายคืนผิดเงื่อนไข จะเก็บค่าธรรมเนียมการขายคืนด้วย

3.ผิดเงื่อนไข RMF

  • หากลงทุนมายังไม่เกิน 5 ปี แล้วขาย ต้องคืนภาษีทั้งหมดทุกปีที่ได้รับยกเว้นมา และ กำไรที่ได้จากการขายคืนกรณีผิดเงื่อนไข ถือเป็นรายได้ในปีที่ขายคืนซึ่งต้องนำไปรวมคำนวณภาษีด้วย
  • หากลงทุนมาเกิน 5 ปีแล้ว แล้วขาย ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้น 5 ปีย้อนหลัง และต้องจ่ายค่าปรับอีก 1.5% ต่อเดือน และ กำไรที่ได้จากการขายคืน ก็ต้องถือเป็นรายได้ในปีที่ขายคืนซึ่งต้องนำไปรวมคำนวณภาษ ีด้วย

รู้อย่างนี้แล้วต้องศึกษาข้อมูลและตัดสินใจให้ดีก่อนลงทุน นะคะ

กองทุนลดหย่อนภาษี4

5.ผลตอบแทนของการลงทุน LTF และ RMF

ลดหย่อนภาษีก็เรื่องหนึ่ง แต่ในเมื่อมันเป็นการลงทุน แล้ว เราก็ควรจะทราบด้วยว่าเงินที่เราลงทุนไปนั้นจะได้ผลตอบแทน กลับมาเท่าไหร่บ้าง จริงมั้ยคะ

โดยผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุน LTF จะอยู่ที่ประมาณ 11% ต่อปี ส่วน กองทุน RMF นั้นมันอาจจะต้องขึ้นอยู่กับว่า เราเอาเงินไปลงทุนกับอะไรค่ะ

อย่างไรก็ตาม ไม่มีสินทรัพย์ไหนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดตลอดไปค่ะ การลงทุนมันก็มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น เราจึงจำเป็นจะต้องกระจายความเสี่ยงไปลงทุนที่อื่นควบคู่ไ ปด้วยค่ะ

และนี่ก็คือ 5 สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกกองทุน LTF หรือ RMF ดีกว่ากัน  ตัดสินใจและวิจารณญาณของคุณแล้วล่ะค่ะ ว่าจะเลือกอะไรดี

Captcha Challenge
ลองรูปภาพใหม่
Type in the verification code above